ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ฟ้าต้องใช้คอนเนกชันระดับสูง ทนายความส่วนตัว และเงินจำนวนไม่น้อย ในการวิ่งเต้นทำเอกสารรับรองบุคคลไร้สัญชาติที่สำนักงานเขต ภายในห้องรับรองพิเศษของสำนักงานเขต ฟ้ากำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียด เซ็นเอกสารกองโตเป็นตั้ง ๆ ร่างหนังสือรับรอง และตอบคำถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับที่มาที่ไปของเพเนโลเป้ (ซึ่งเขาต้องแต่งเรื่องว่าสูญเสียความทรงจำ และพลัดหลงมา) ในขณะที่ Mr. Fact (มิสเตอร์แฟกต์) กำลังปวดหัวกับระบบราชการ... แกรนด์ดัชเชสเพเนโลเป้กลับนั่งจิบชาเอิร์ลเกรย์ที่เจ้าหน้าที่นำมาเสิร์ฟอย่างสบายอารมณ์บนโซฟาหนัง เธอมองแผ่นหลังกว้างของฟ้าที่กำลังเจรจาโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ด้วยสายตาชื่นชม ‘ท่านฟ้าช่างเป็นบุรุษที่น่ายกย่อง’ เธอคิดในใจ ‘เขาไม่เพียงแต่ให้ที่พักพิงและทำพันธสัญญาเลือดกับฉัน แต่ตอนนี้ เขายังเดินทางมายังสภาขุนนางท้องถิ่น เพื่อต่อรอง เจรจา และทวงคืนเกียรติยศให้แก่ฉัน!’ เมื่อฟ้าเดินกลับมาที่โซฟาด้วยใบหน้าเหนื่อยล้าพร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งในมือ เพเนโลเป้ก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับ “ท่านฟ้า การเจรจากับสภาขุนนางแห่งอาณาจักรนี้เป็นเช่นไรบ้างคะ? พวกเขายอมรับบรรดาศักดิ์ของฉันหรือไม่?” ฟ้ายื่นกระดาษแผ่นนั้นให้เธอ มันคือใบแทนบัตรประจำตัวบุคคลไร้สถานะทางทะเบียน ที่มีรูปถ่ายหน้าตรงของเธอพิมพ์อยู่ “นี่คือ... บัตรประจำตัวชั่วคราวของคุณ น่าจะต้องรออีกสามเดือนถึงครึ่งปี ถึงจะได้บัตรจริง” ฟ้าอธิบายเสียงเนือย ๆ “แต่แค่ใบนี้ใบเดียวกว่าจะได้มา ผมต้องเซ็นรับรองให้คุณจนมือหงิก ตอนนี้คุณชื่อ เพเนโลเป้ นามสกุล เบลดมอนด์ สัญชาติ... ไม่ระบุ สถานะคือคนในความดูแลของผม ไปไหนมาไหนก็พกไอ้นี่ไว้ด้วยล่ะ” เพเนโลเป้รับกระดาษใบนั้นมาถือไว้ด้วยสองมืออย่างทะนุถนอม ดวงตาสีอเมทิสต์ทอประกายซาบซึ้งใจ เธอมองรูปถ่ายของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ามองฟ้า “โอ้... นี่คือ ตราประทับตระกูลขุนนางชั่วคราว ที่ท่านอุตส่าห์ดั้นด้นเจรจาขอพระราชทานมาให้ฉันสินะ!” ฟ้าชะงัก “หา? ไม่ใช่... มันคือบัตรประชาชนคนไร้...” “ท่านไม่ต้องถ่อมตัวหรอก ท่านฟ้า!” เพเนโลเป้แทรกขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ “ฉันรู้ว่าการขอพระราชทานตราตระกูลให้แก่ผู้ลี้ภัยต่างแดนนั้นยากลำบากเพียงใด ท่านต้องใช้ทั้งทรัพย์สิน อำนาจ และการต่อรองอย่างหนักหน่วงกับสภาขุนนางเพื่อให้ได้สิ่งนี้มา!” แกรนด์ดัชเชสสาวก้าวเข้าไปหาชายหนุ่ม มือบางวางทาบลงบนหน้าอกข้างซ้ายของเขา ดวงตาประสานกันอย่างแน่วแน่ “ฉัน... เพเนโลเป้ เบลดมอนด์ ฟอน แอสทาเรีย ขอสาบานด้วยเกียรติยศแห่งอัศวิน ฉันจะไม่มีวันลืมบุญคุณที่ท่านมอบตราประทับแห่งชีวิตใหม่นี้ให้แก่ฉัน! หากวันใดที่ฉันหวนคืนแอสทรอนได้ ฉันจะเสนอจักรพรรดิให้แต่งตั้งท่านเป็นดยุกแห่งแดนเหนือ และมอบปราสาทแดนเหนือสิบหลังของเบลดมอนด์ให้เป็นรางวัล!” ฟ้าก้มลงมองมือที่ทาบอยู่บนอกสลับกับใบหน้าจริงจังของเธอ ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผลมาตลอดชีวิต ได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง สมองประมวลผลความเบียวระดับจักรวาลของคนตรงหน้าไม่ทัน เขาถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อยของวัน มุมปากกระตุกยิ้มอย่างปลงตก “ครับ ๆ ท่านแกรนด์ดัชเชส” ฟ้าตอบรับอย่างเหนื่อยอ่อนปนเอ็นดู “เก็บปราสาทสิบหลังของท่านไว้เถอะ ตอนนี้... ดยุกแห่งแดนเหนือของท่านหิวข้าวแล้ว เรารีบกลับไปกินข้าวก่อนที่ผมจะหมดแรงตายดีกว่าไหม?” เพเนโลเป้ยิ้มกว้างอย่างงดงาม “ข้าว? ... ย่อมได้! นำทางไปเลย ว่าที่ดยุกแห่งแดนเหนือ! วันนี้ฉันจะอนุญาตให้ท่านร่วมโต๊ะกับฉันเป็นกรณีพิเศษ เพราะมีเสบียงแสนอร่อยที่ฉันอยากให้ท่านได้ลิ้มลอง!” “จ้า... ป้าเพ็ญ ขอบพระทัยมากจ้า” ฟ้าบ่นพึมพำ เดินนำเธอออกจากสำนักงานเขต โดยมีแกรนด์ดัชเชสที่ชูตราประทับตระกูลชั่วคราว (บัตรบุคคลไร้สัญชาติ) เดินตามหลังมาอย่างภาคภูมิใจ
การเดินทางออกจากสำนักงานเขตเต็มไปด้วยความเงียบสงบภายในห้องโดยสารซีดานหรู หญิงสาวเบาะข้าง ๆ นั่งตัวตรงสง่า สองมือกอดวัตถุกระดาษไว้แนบอกราวกับมันคืออาร์ติแฟกต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ บัตรประจำตัวบุคคลไร้สถานะทางทะเบียน หรือที่ผู้บริหารหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะอย่างเขารู้จักดีในชื่อ ‘บัตรหัวศูนย์’ บัดนี้ได้กลายเป็น ‘ตราประทับตระกูลขุนนางใหม่’ ในความคิดของหญิงสาวไปเสียแล้ว “เดี๋ยวเราแวะซื้อเสื้อผ้ากับชุดชั้นในให้คุณก่อนกลับก็แล้วกัน จะให้ใส่ชุดเดรสเข้าวัดตลอดไปก็คงไม่ได้” ฟ้าเอ่ยขึ้นขณะหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลัก เพเนโลเป้พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ‘ซื้อเสื้อผ้า’ ในความเข้าใจของเธอคือการเดินทางไปยังย่านการค้าใจกลางเมืองหลวง ที่ซึ่งรถม้าจะพาเธอไปจอดเทียบท่าลงหน้าร้านตัดเย็บชุดหรู เดินผ่านซุ้มประตูไม้เข้าร้านเพื่อเลือกผ้าและลองชุดทีละร้าน จากนั้นจึงค่อยขึ้นรถม้าเดินทางไปยังร้านถัดไปเพื่อซื้อเครื่องประดับหรืออาภรณ์ชิ้นอื่นตามลำดับ ทว่ารถม้าเหล็กของฟ้าเคลื่อนตัวเข้าสู่ลานจอดรถใต้ดินของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ จินตนาการของอดีตแกรนด์ดัชเชสเกี่ยวกับการซื้อของต้องพังทลายลงในพริบตา! เมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าประตูลานจอดรถ บานประตูกระจกใสก็เลื่อนเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ! เพเนโลเป้เบิกตากว้าง ผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อสูทของฟ้าตามสัญชาตญาณ “ท... ท่านฟ้า! ประตูนี่มีวิญญาณสิงสถิตอยู่เหรอ! มันเปิดรับพวกเราด้วยตัวเอง!” ฟ้าถอนหายใจยาวรอบที่ร้อยของวัน “มันคือประตูเซนเซอร์ครับป้าเพ็ญ พอมีคนเดินมาใกล้ ระบบก็สั่งให้มอเตอร์เปิดประตู... เลิกทำหน้าเหมือนเห็นผีแล้วเดินตามผมมาได้แล้ว” “มอเตอร์คือวิญญาณที่ทำตามคำสั่งของท่านระบบนี่เอง ช่างขยันขันแข็งจริง ๆ” ชายหนุ่มลากแขนหญิงสาวที่ยังคงมองบานประตูอัตโนมัติให้เดินเข้ามาภายในห้าง เบื้องหน้าของเธอไม่ใช่ร้านรวงเรียงรายตามถนนที่ต้องนั่งรถม้าตระเวนทีละแห่ง แต่เป็น ‘มหานครการค้าในร่ม’ ขนาดยักษ์ที่รวบรวมร้านค้าเข้ามาไว้ในปราสาทกระจกหลังมหึมา! พื้นหินอ่อนขัดมันวับจนสะท้อนเงา แสงสว่างจ้าที่ไม่ได้มาจากคบเพลิงแต่มาจากผลึกแก้วเรืองแสงบนเพดาน อากาศภายในเย็นฉ่ำราวกับมีเวทน้ำแข็งติดตั้งไว้ทุกตารางนิ้ว ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ราวกับมดงาน
ฟ้าจูงเธอเข้าไปยังร้านแรกที่เขาคิดว่าสำคัญ… ทว่าเมื่อเพเนโลเป้เงยหน้าขึ้นพิจารณาสินค้าที่แขวนอยู่รอบด้าน ใบหน้าเรียวสวยก็พลันซับสีเลือดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ รอบกายของเธอเต็มไปด้วยอาภรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยหลากสีสันสวมใส่อยู่ในหุ่นจำลองเรือนร่างสตรี บางชิ้นทำจากผ้าลูกไม้โปร่งบางจนมองทะลุเห็นไปถึงไหนต่อไหน บางชิ้นมีฟองน้ำหนาเตอะ ดันทรงโค้งเว้า และบางชิ้นที่เป็นชิ้นล่าง... ก็มีเพียงเส้นด้ายบาง ๆ เส้นเดียวที่ดูราวกับว่าถ้าสวมเข้าไปแล้วมันจะบาดเนื้อจนเลือดซิบ! ‘น... นี่มันทำไมถึงมีแต่อาภรณ์ยั่วยวนจิตใจบุรุษเช่นนี้!’ เพเนโลเป้กรีดร้องในใจ ฟ้าเดินไปหาพนักงานสาวที่ยืนส่งยิ้มหวานรอต้อนรับ “รบกวนช่วยวัดไซซ์และจัดหาชุดชั้นในพื้นฐานให้ผู้หญิงคนนี้ทีครับ เอาแบบเรียบ ๆ ใส่สบาย ๆ สักห้าหกชุด” “ได้เลยค่ะคุณลูกค้า” พนักงานสาวรับคำ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้เพเนโลเป้ “เชิญคุณผู้หญิงทางนี้เลยค่ะ เข้าไปวัดไซซ์และลองสวมในห้องลองด้านในได้เลยนะคะ” ฟ้าทำเพียงชี้มือไปทางห้องลอง “เข้าไปลองซะ เดี๋ยวผมยืนรอหน้าห้อง ขืนปล่อยให้คุณเลือกเองมีหวังได้ชุดเกราะอะไรแปลก ๆ กลับไปแน่” เมื่อเพเนโลเป้ถูกต้อนเข้าไปในห้องลองเสื้อสี่เหลี่ยมแคบ ๆ พนักงานสาวก็ยื่น ‘ชุดชั้นในสตรี’ แบบตะขอหลังและมีโครงเหล็กดันทรงมาให้เธอสองสามชุด หญิงสาวรับมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทา นิ้วเรียวสัมผัสเนื้อผ้าลูกไม้นุ่มลื่นวาบหวิวจนเธอเผลอคิดว่าเป็นเส้นใยที่ทอจากแมงมุมสวรรค์ “เอ่อ... แม่นาง” เพเนโลเป้เรียกพนักงานสาวที่กำลังจะเดินออกไป “ชุดเกราะอ่อนสำหรับสตรีชิ้นนี้... ทำไมมีโครงเหล็กแข็ง ๆ ซ่อนอยู่ด้านล่างล่ะคะ? หรือว่าเอาไว้ป้องกันกระสุนเวทมนตร์หรือคมดาบที่พุ่งเข้าแทงหัวใจ?” พนักงานสาวชะงักกึก หันมามองลูกค้าคนสวยด้วยแววตางุนงง “ค... คะ? โครงเหล็ก? อ๋อ! นั่นโครงดันทรงค่ะ เอาไว้ช่วยพยุงหน้าอกให้ได้รูปสวย ไม่หย่อนคล้อยค่ะ ไม่ได้เอาไว้กันดาบนะคะ...” “แล้วส่วนที่นูนหนาตรงนี้เล่า?” เพเนโลเป้ชี้ไปที่ฟองน้ำดันทรงหนาเตอะ “หนาถึงเพียงนี้ คงเอาไว้ลดแรงกระแทกเวลาถูกค้อนศึกทุบสินะ!” “เอ่อ... นั่นฟองน้ำดันทรงแบบดูม ๆ ค่ะคุณผู้หญิง ช่วยเพิ่มคัปให้ดูมีน้ำมีนวลขึ้นค่ะ” พนักงานสาวยิ้มเจื่อน เริ่มรู้สึกว่าลูกค้าคนนี้อาจจะดูหนังจักร ๆ วงศ์ ๆ มากเกินไป เพเนโลเป้ขมวดคิ้วแน่น หลังจากพนักงานสาวเดินออกไปและรูดม่านปิดให้ หญิงสาวก็พยายามจะสวม ‘เกราะอ่อน’ ชิ้นนี้ตามความรู้ที่ได้ศึกษาจากฟ้าเมื่อเช้า ทว่าเธอก็ยังคงรู้สึกขัดใจไม่น้อย “ทำไมต้องเอาตัวล็อกไปไว้ในจุดที่มือเอื้อมไปสวมใส่เองได้ยากลำบากถึงเพียงนี้! นี่มันจงใจออกแบบมาเพื่อลดทอนความสามารถในการแต่งกายของสตรีชัด ๆ! หากไม่มีสาวใช้ให้พึ่งพาคงลำบากไม่น้อย!” เสียงกุกกักและเสียงบ่นพึมพำดังลอดออกมาจากม่านห้องลอง จนฟ้าที่ยืนพิงผนังเล่นโทรศัพท์รออยู่ด้านนอกต้องกระตุกคิ้ว “ป้าเพ็ญ คุณไปรบกับเสื้อในหรือไง? ถ้าจำที่สอนไม่ได้ก็ให้พนักงานช่วยสิ” ฟ้าตะโกนถามผ่านม่าน “ทะ... ท่านฟ้า! อย่าได้ดูแคลนฉัน!” เสียงหวานสวนกลับมาทันควันพร้อมความดื้อรั้น “แค่เกราะอ่อนชิ้นเล็กจิ๋วแค่นี้ ฉันที่เป็นถึงเลดี้ผู้สูงศักดิ์ ย่อมจัดการเองได้!” ฟ้าส่ายหัวอย่างอ่อนใจ “รีบ ๆ เข้าล่ะ เราต้องไปซื้อเสื้อผ้าต่ออีก” ใช้เวลาเกือบสิบนาที เพเนโลเป้ถึงสามารถสวมชุดชั้นในแบบตะขอหลังได้สำเร็จ พร้อมกับเหงื่อที่ซึมตามไรผม จากนั้นก็เป็นการรับมือกับการเลือกกางเกงชั้นใน โชคดีที่เธอปฏิเสธกางเกงในแบบจีสตริงที่พนักงานนำมาให้ดูด้วยความตกใจสุดขีด “แม่นาง! เส้นด้ายเส้นเดียวเช่นนี้ มันคือผ้าเตี่ยวสำหรับนักรบคนเถื่อนชัด ๆ! ใส่แล้วจะเดินเหินได้อย่างไรโดยไม่บาดง่ามขา!” และเลือกกางเกงชั้นในแบบไร้ขอบเนื้อเนียนละเอียดแทน
ตอนนี้ติดเหรียญ — ปลดล็อกครั้งเดียว อ่านได้ตลอด
เข้าสู่ระบบเพื่อปลดล็อก (5 เหรียญ)